PlayListนี้ กวป.แถลงข่าว 17.00 น. เรียงลำดับจาก ปัจจุบัน ถอยหลังถึง 1 พ.ค.2556...
คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...
@ ฟัง/ดู คลิปปราศรัย กวป.ที่นี่... @ ฟัง/ดู การปราศรัยที่เว็บนี้...

PlayListนี้ เริ่มต้นด้วย "เล่าเรื่อง ตาดูดาวเท้าติดดิน" เรียงลำดับตั้งแต่ ตอนแรก ถึง ตอนปัจจุบัน ..ท้ายเพลย์ลิสท์เป็นคลิป "เมื่อศาลรัฐธรรมนูญกระทำขัดรัฐธรรมนูญ : จะทำอย่างไร?" วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2556 เวลา 13.00 - 16.00 น. ห้องกมลทิพย์ ชั้น 2 โรงแรมสุโกศล (สยามซิตี้เดิม) คลิปนี้..วิทยากร รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความคิดเห็นเริ่มนาที 0:14:24
คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...
หรือคลิกที่นี่.. @ AsiaUpdate "เล่าเรื่อง ตาดูดาวเท้าติดดิน"

คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...

คลิกที่นี่ ดูบนyoutube...

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555

100 สดุดี..นโยบายบัตรทองประกันสุขภาพ 30 บาทรักษาทุกโรค

@ เมื่อผมไปอเมริกาครั้งแรกเมื่อเดือน มกราคมปี 1972.....ผมมีเงินติดตัวไป $80.00... ตอนที่ 8...กลับไปทำงาน 2 job ใหม่ กลับเมืองไทยครั้งแรกหลังจากที่จากมาแล้วเกือบสิบปี เริ่มค้าขาย ชีวิตหักเหอีกครั้ง
@ ชีวิตหมอที่ไม่ได้ไปอเมริกา By: kimeng suk
@ Free WiFi ทั่วประเทศ เปิดแล้ววันนี้ (3สิงหาคม2555)
@ โครงการแจกแท็บเล็ตให้เด็ก ป.1 ของนายกฯปู สร้างอัจฉริยะสุดคุ้ม
@ เจอของจริงแกล้งเฉไฉ เฮ้อ!! แถแบบนี้...ผมบายดีกว่า กลัวติดเชื้อ"โรคกลัวความจริง"
@ ไม่รีบเค้นออกมาจะเสียใจ...พรสวรรค์หรือความสามารถพิเศษของเด็กๆ
@ ข้อเท็จจริงเรื่องน้ำท่วมสุโขทัย จากคนสุโขทัยตัวจริง & มติชนสัมภาษณ์"หม่อมเต่านา"
@ ภาพ "เจ้าหน้าที่" ยืนคู่กับ "ชายชุดดำ" คอป.เห็นหรือยัง?
@ โอ้กรุงเทพเมืองฟ้าอมร สมเป็นนครมหานที...
@ อยากจะบอกคน กทม. ฝั่งตะวันออก ว่า รัฐบาลเขาเตรียมยังไง เรื่องน้ำ พร้อมภาพประกอบ
@ ขอต้อนรับ นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะ สู่มหานครนิวยอร์ก คลิกที่นี่...
@ มาร์คครับ หยุดเถิดครับ อย่าออกมาพูดเรื่องจริยธรรมให้มากกว่านี้เลยครับ
@ สิ่งที่ควรรู้ ก่อนเรียน Master of Business Administration (MBA)
@ เฉลิมจี้ ปชป.บอกโกงจำนำข้าวให้หาหลักฐานมาแจง ไม่ใช่พูดไปเรื่อยแต่ไม่มีข้อมูล
@ มองโครงการรับจำนำข้าวในสายตาของชาวนาตัวจริง...
@ ภาพชุด..นายกฯปู ร่วมประชุม สุดยอด ACD กรอบความร่วมมือเอเชีย ที่คูเวตซิตี้
@ ดร.ถวิล อธิการบดี"สจล." เปิดเบื้องหลังค่ายมือถือไม่เคาะราคา 3จี แฉใกล้หมดยุค ระบุล้มประมูล รัฐฯพังยับ
@ นายกฯปูตั้งใจบริหารงานประเทศให้เต็มกำลัง... เรื่องเห็บเหาไม่ต้องพะวง ..ประชาชนจัดการให้..
@ นานาคอมเม้นท์ ถึง..คุณจตุพร พรหมพันธุ์
@ 6 ปีแล้วหรือ...คนไทยได้อะไร ???? ใครสั่งฆ่า? ... วางระเบิดเครื่องบินทักษิณ 3 มีนาคม 2544
@ ทักษิณคิดแต่เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน...เพื่อประเทศและประชาชน
@ Obama' ประเด็นที่สื่อไทยเมิน & อัลบั้มโอบามาเยือนไทย 18พ.ย.55
@ ถ่ายทอดสด... วิทยุรัฐสภา & โทรทัศน์รัฐสภา
@ ความผิดพลาดของ ปชป. ที่หวังเล่นงาน นายกฯปู
@ แผนชั่วๆ สร้างความรำคาญให้ต่างชาติ เลิกซื้อข้าวไทย!
@ ปลื้มปีตี"ในหลวง"เสด็จออก ณ สีหบัญชร เปล่งเสียง"ทรงพระเจริญ"กึกก้อง
@ คุณอภิสิทธิ์ครับ ผมเคยบอกแล้วไงครับ ไม่พูดดีกว่านะครับ
@ หึหึ.. ทำไม ????? มาร์คบอกว่า แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อคนๆเดียว
@ 'ประชามติ'เกมวัดใจผู้มีสิทธิ 46 ล้าน ต้องการ รธน.เผด็จการหรือประชาธิปไตย ???
@ อย่า"ฟูมฟาย"ให้เพื่อนๆ"เสียขวัญ" ... อย่า"กดดัน"จนคนทำงานต้อง"เสียกำลังใจ"
@ อ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้ว เห็นได้ชัดเลยครับว่า... นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นี่ โง่มาก โง่มากจริงๆ ครับ

คลิกที่ภาพ...เพื่อดูขนาดที่ใหญ่ขึ้น @ New!! แจกปฏิทินนายกฯปู พ.ศ.2556 คลิกที่นี่...




สดุดี..นโยบายบัตรทองประกันสุขภาพ 30 บาทรักษาทุกโรค

By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

ครอบครัวของผมสนิทสนมกับโรงพยาบาลนพรัตนราชธานีมานานหลายๆสิบปี พ.ศ.2532 ลูกชายโทนของผมก็คลอดที่ รพ.นี้ แม่ของลูกชายก็เลือกประกันสังคมที่ รพ.นี้และผ่าตัดเอามดลูกออกก็ รพ.นี้ สำหรับผมบัตรทองประกันสุขภาพฯก็ รพ.นี้เช่นกัน เรียกว่าครอบครัวของผมเดินเข้าเดินออก รพ.นี้จนคุณเจ้าหน้าที่คุณพยาบาลคุณผู้ช่วยพยาบาลและคุณหมอจำหน้าได้ก็แล้วกัน

จะเป็นเวรเป็นกรรมหรือโชคดีก็แล้วแต่ เพราะอานิสงส์จากบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรคนี่แหละ ที่ยังทำให้ผมมองเห็นสิ่งสวยๆงามๆในโลกใบนี้ได้

ผมเป็นโรคต้อหินและโรคต้อกระจก เป็นทั้งสองข้าง ดวงตาข้างซ้ายบอดไปแล้วแต่คุณหมออุดม ภู่วโรดม แผนกโรคตา รพ.นพรัตนฯ เป็นผู้ผ่าตัดใส่เลนส์แก้วตาเทียมให้ คงเหลือแต่ดวงตาข้างขวาซึ่งคุณหมอรุจยา ด่านอุตรา ติดตามดูอาการอยู่ ถ้าไม่ดีขึ้นก็ต้องผ่ากันละ (คุณหมอรุจยารักษาต่อจากคุณหมออุดมซึ่งท่านย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถาบันพยาธิวิทยา)

ทุกวันนี้ผมต้องใช้ยา Timodrop Eye Solution 0.5% หยอดตาทุกเช้า-เย็นเพื่อปรับความดันลูกนัยน์ตาทั้ง 2 ข้างซ้าย-ขวา และทุกๆเดือนผมมีนัดต้องไป รพ.เพื่อรับยา คุณหมอบอกว่า ผมต้องหยอดยาเพื่อปรับความดันลูกนัยน์ตาไปตลอดชีวิต

ปกติผมสายตาสั้นต้องใส่แว่นตาเป็นประจำ หลังผ่าตัดใส่เลนส์แก้วตาเทียม คุณหมออุดมบอกว่าเลนส์ที่ใส่ให้เป็นเลนส์สายตายาวมองไกลๆเห็นภาพชัดสดใสสีฟ้าสวยงาม ส่วนตาข้างขวาเป็นตาธรรมชาติที่ติดตัวมามองใกล้เห็นชัดแต่ภาพสีขุ่นๆไม่สดใสเหมือนตาข้างซ้าย ปัจจุบันตาทั้งสองข้างมันปรับเข้าหากันทำให้ผมมองเห็นได้ชัดเจนทั้งใกล้และไกลโดยไม่ต้องใส่แว่นตาเหมือนก่อน
อิอิ..มาแล้วๆ ของฝากที่ใครๆไม่อยากได้...

ขอบพระคุณรัฐบาลโครงการ30บาทรักษาทุกโรค

By: ฅนกรุงเก่า (โพสท์เมื่อ 12 มี.ค.2556) 7เดือนแล้วที่ผมมีหลานชายคนแรก ลูกสาวตั้งครรภ์ได้ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชนได้เหมาค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาท ลูกสาวผมได้ไปตรวจครรภ์ทุกเดือนตามหมอนัดพร้อมอัลตร้าซาวด์ 3 มิติ ว่าได้ลูกผู้ชาย ถึงเดือนที่7 น้ำคล่ำรั่วได้ไปหาหมอ หมอบอกว่าต้องผ่าเด็กคลอดก่อนกำหนดและบอกค่าใช้จ่ายประมาณ 600,000-1,200,000 บาทโดยประมาณ ผมก็ถามว่ามีวิธีไหนบ้างมั๊ยที่ราคาจะลดลงได้บ้าง คุณหมอบอกว่าต้องโรงพยาบาลรัฐบาลเท่านั้นเพราะโรงพยาบาลเอกชนก็ต้องราคาประมาณนี้

ผมจึงขอคุณหมอย้ายไปโรงพยาบาลราชวิถีและคลอดเด็กแล้วเด็กจะได้อยู่โรงพยาบาลเด็กต่อเลย ลูกสาวผมย้ายมาโรงพยาบาลราชวิถี ได้ 2 วันก็คลอดน้ำหนักเด็กเพียง 950 กรัม (9ขีดครึ่ง) หลานชายผมอยู่โรงพยาบาลเด็กอยู่ตู้อบเป็นเวลาเกือบ 3 เดือนรวมอยู่โรงพยาบาล 4 เดือน ออกจากโรงพยาบาลเด็กมา 3 เดือนแล้วตอนนี้อายุได้ 7 เดือน ตอนออกจากโรงพยาบาลหลานชายผอมผิวดำ น้ำหนักตัว 2.5 โล แต่เดี๋ยวนี้เค๊า น้ำหนัก 7 กิโล

ขอขอบพระคุณแพทย์ พยาบาล จนท. โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเด็กที่ดูแลหลานชายผมอย่างดี

ขอขอบพระคุณรัฐบาลที่มีโครงการดีดี 30 บาทรักษาทุกโรค ที่หลานชายผมใช้บริการ

ผมคิดว่าคงมีผู้ที่ได้ใช้บริการโครงการดีดีของรัฐบาลอีกนับร้อยนับพันนับหมื่นนับแสน กราบขอบพระคุณมากๆครับ

จากใจจริง ที่เขียนมานี้เพื่ออยากขอบคุณรัฐบาลนายกฯปู โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเด็ก และด้วยความสัตย์จริงผมบอกครอบครัวตลอดว่าถ้าเรามีปัญญาจ่ายเราจ่ายเองเพื่อไม่ต้องไปเบียดกับคนอื่น แต่กรณีหลานชายผมมันเกินฐานะผม ผมจึงขอใช้โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค

รูปหลานชายไปเยี่ยม คุณหมอ-พยาบาล ที่ รพ.เด็ก

เด็กต้องอยู่ตู้อบวันละประมาณหนึ่งหมื่นบาท ที่ผ่านมาหลานผมอยู่ตู้อบประมาณสองเดือนกว่า ค่าผ่าทำคลอดไม่ทราบเท่าไหร่ ที่แพงคือค่าตู้อบ ถ้าปอด-หัวใจมีปัญญาหาจะหนักกว่านี้อีกเห็นหมอบอก

ผมไม่โทษใครครับเพียงแต่มากราบขอบพระคุณเท่านั้น


หลานชายผมโตรู้เรื่องพูดได้ ผมจะเล่าเรื่องของเค้าให้เค้ารู้และให้เค้ากราบขอบพระคุณทุกๆท่านที่ให้ชีวิตเค้า แต่ตอนนี้ขอกราบขอบพระคุณทุกๆท่านแทนหลานชายก่อนครับ

เล่าสู่กันฟัง...

By: คนชุดขาว ...ก่อนนโยบาย 30 บาท..ผมซึ่งทำงานใน รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ พบเจอเรื่องเศร้า สังเวชใจเกี่ยวกับคนยากจนที่ไม่มีค่ารักษาพยาบาลมามากมาย..มีหน่วยงานที่คอยดูแลช่วยเหลือก็คือสังคมสงเคราะห์...

...หลายครั้งผมต้องรับหน้าที่พาญาติ+คนรู้จัก ที่ยากจนไปขอรับการพิจารณาช่วยเหลือลดหย่อน หรือยกเว้นค่ารักษาพยาบาลจาก จนท. สังคมสงเคราะห์ และช่วยเจรจาให้ด้วยเพราะก็คุ้นเคยพบเห็นกันอยู่เสมอ..บางครั้งเจอ จนท. ที่มีเมตตา กรุณา เขาก็พยายามลดหย่อน ช่วยเหลืออย่างเต็มที่..บางครั้งเจอคนที่ใจดำ ใจแข็งก็ไม่ยอมลดให้..บางครั้งถึงกับแนะนำญาติไปกู้เงินมาเสียค่ารักษาพยาบาล..ญาติผู้ป่วยหลายรายกลับออกมาพร้อมกับร้องไห้ น้ำตานองหน้า...และดูเหมือนโลกจะโหดร้าย เพราะคนที่ใจดำใจแข็ง ที่ผมรู้จักกลับได้รับการยกย่องให้เป็นข้าราชการสังคมสงเคราะห์ดีเด่น

...สมัยก่อนเครื่อง X-ray คอมพิวเตอร์เป็นวิทยาการใหม่ ราคาแพง และคิดค่าบริการครั้งละหลายพันบาท มันติดตั้งอยู่ชั้นที่ 1 ของตึก และใช้การลดหย่อนด้วยสังคมสงเคราะห์ไม่ได้..คนไข้หลายรายที่หมอต้องการให้ตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่อง X-ray คอมพิวเตอร์แต่ไม่มีเงินเสียค่าบริการ ต้องนอนรอเพื่อให้ญาติไปหาเงินมาให้ได้ก่อน บางรายต้องไปกู้ บางรายต้องไปขายที่ ขายไร่ ขายนามา...

...หลังจากมีนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค..มันเหมือนฟ้ามาโปรด มันปลดเปลื้องความทุกข์ยากจากความเจ็บป่วยของคนได้มหาศาล..ผมถือว่าคนที่คิด ทำ ได้บุญกุศล คำแซ่ซ้องสรรเสริญจากคนยากจน คนชั้นกลางและคนรวยมากมายนัก..มันทำให้หมอที่เป็นหมอจริงๆสามารถตรวจวินิจฉัย+รักษาโรคได้อย่างรวดเร็ว ทันการ และไม่ต้องวิตกกังวล ไม่มีอุปสรรคเรื่อง "เงิน" ค่าใช้จ่าย ของผู้ป่วยเหมือนก่อน...

...งบประมาณที่เอามาใช้กับโครงการ 30 บาท มันก็คืองบประมาณที่กระทรวงสาธารณะสุขเคยได้รับแต่ดั้งเดิม จะให้เป็นเงินงบประมาณทั้งหมดตามที่กระทรวงเสนอขอมา และให้ไปบริหารจัดการเอง..มันจึงเกิดการคอรัปชั่นกินกันมโหฬาร อย่างที่เป็นข่าวมากมาย

...ผมคิด+เชื่อว่าปัญหาอุปสรรคใหญ่ที่สุดของโครงการ 30 บาท คือ การไม่ให้ความร่วมมือจาก "แพทย์" และ จนท.ที่ต่อต้านโครงการนี้..จึงทำให้ไม่สมัครใจ ไม่เต็มใจที่จะช่วยกัน ร่วมมือกันดำเนินการ+แก้ไข+นำเสนอปัญหาอุปสรรค+การเสนอแนวทางในการดำเนินการ-การแก้ไขปัญหาต่างๆ

...เพราะคน บุคลากรเหล่านี้เป็นผู้ปฎิบัติ อยู่ในสถานการณ์เหตุการณ์จริง จึงรับรู้ปัญหา อุปสรรค และรู้ว่าควรแก้ไข ปฏิบัติแบบไหนอย่างไรจึงจะดีที่สุด

...ถ้าบุคลากรเหล่านี้ โดยเฉพาะแพทย์ให้ความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจอย่างจริงจังแล้ว 30 ไปได้ดีกว่าปัจจุบันมากนัก

...ผมคิดว่าที่แพทย์+บุคลากรต่อต้าน 30 บาทเพราะ

1. ไม่ชอบพรรคเพื่อไทย ไม่ชอบทักษิณ แบ่งสี แบ่งพวก

2. โครงการ 30 บาททำให้ผู้ป่วยมาใช้บริการมากขึ้น ทำให้งานหนัก เหนื่อยมากขึ้น

3. ต้องบริหาร จัดการเรื่องเงินงบประมาณ ที่ได้รับมาต่อหัว/ปี ให้ลงตัวและอื่นๆ เป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้บริหาร รพ.

4. ทำให้คนไข้คลินิกส่วนตัวลดลง

5. พรบ. หลักประกันสุขภาพ ทำให้แพทย์ต้องเสี่ยงกับการฟ้องร้องมากขึ้น และอาจจะต้องถูกลงโทษให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการรักษาพยาบาลที่สอบสวน ตัดสินว่าเพราะความผิดพลาด ประมาท เลินเล่อ

6. พรบ. หลักประกันสุขภาพ ทำให้สถานพยาบาล คลินิกส่วนตัวต้องมีมาตรฐาน มีความพร้อมทุกด้าน ต้องลงทุนมากขึ้น

และ ฯลฯ

...ทั้งๆที่ พรบ. หลักประกันสุขภาพบัญญัติขึ้นก็เพื่อคุ้มครองคนเจ็บป่วยให้ได้รับการชดเชยค่าเสียหาย บาดเจ็บ ตาย พิการ ฯลฯ จากการรักษาพยาบาล และให้มีโอกาสได้เข้าถึง ได้รับการบริการด้านสุขภาพของรัฐและเอกชน อย่างปลอดภัย มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ มีมาตรฐานตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง..แต่มันไปมีผลกระทบกับแพทย์+บุคลากร จึงทำให้ถูกต่อต้าน.. (ถ้าอยากรู้อย่างละเอียดลองไปค้นคว้า อ่าน พรบ.หลักประกันสุขภาพดูกันเองนะครับ)

By: easyboy เรื่องบัตรทอง 30 บาท รักษาทุกโรค ปัจจุบันนี้ ยิ่งต่อยอด ดีเข้าไปใหญ่ครับ

เมื่อเดือนเมษายน ปี้นี้ (ก่อนสงกรานต์) เขาประกาศ การแพทย์ฉุกเฉิน 3 กองทุน (ประกันสังคม ราชการ บัตรทอง)

โดยประกาศว่า "คนไทย" ทุกคน เจ็บป่วยฉุกเฉิน เข้าได้ทุกโรงพยาบาล แล้วห้าม รพ. ถามหาบัตร หรือ เก็บค่ารักษา (รพ.เอกชนใหญ่ๆ โวยกันใหญ่ เพราะกลัวคนจะแห่เข้าไปแล้วเก็บเงินไม่ได้)

ระบบของ สปสช. จะมีข้อมูล "คนไทย" on line รพ. ตรวจสอบได้ 24 ชั่วโมง แค่กรอกเลขประจำตัว 13 หลัก (ถ้าบัตรหาย ญาติบอกชื่อนามสกุลตรง เขาก็ให้ใช้)

โรงพยาบาลแรกต้องรักษาฉุกเฉิน ทันที แล้วรีบแจ้ง รพ.ต้นสังกัดหรือ สปสช . เขาจะมารับต่อไป รพ.ต้นสังกัด หรือถ้าอยู่ไกล ตจว. เขาก็จะหา รพ.รัฐให้เอง เพื่อลดค่าใช้จ่าย ของ รพ.แรกที่รักษา

รพ.เบิกค่ารักษา ได้ตามเกณฑ์ คนไข้ จ่าย 30 บาท เท่าเทียมกัน

ถึงแม้ว่า บาง รพ. คนไข้จะเยอะจนต้องนอนเปลสนาม แต่การรักษาต้องได้มาตรฐาน รพ.รัฐ ต้องทำ HA (hospital accredit) ประกันคุณภาพ

จนมีการกล่าวกันว่า บัตรทอง รักษาดีกว่า ประกันสังคม (เพราะ ปกส. รพ.เอกชนที่เข้าร่วมบางแห่ง รักษาแย่จริงๆ)

ทักษิณคือคนที่ทำให้ คำว่า "คนไข้อนาถา" หายไปจากชีวิตคนไทย ด้วยนโยบาย 30 บาท ตายทุกโรค ที่ประชาธิปัตย์เขาว่า นี่แหละครับ

By: นกคูด มันเสียหน้าจึงแค้น เพราะกลุ่มคุณหมอในกระทรวงสาธารณสุขเคยเสนอโครงการกับนายชวน หลีกภัย นายกฯในตอนนั้น แต่รัฐบาลนายชวนแม้สายตายาว แต่วิสชั่นแคบและสั้น กลัวไม่มีเงิน (หาเงินไม่เป็น) จึงปฏิเสธไป

By: เข้ามาดู อย่าว่างั้นงี้เลย ไอ้โครงการนี้แหละที่สลิ่มที่โรงงานมันด่า สุดท้ายแม่มันเข้าโรงพยาบาล ถ้าไม่มีบัตรทองป่านนี้มันคงต้องขายรถ ขายที่ ทุกวันนี้มันเงียบไม่ยอมพูดอีก หลับตาปริบๆสำนึกบุญคุณหรือละอายไม่รู้...ด่าเค้าไว้เยอะ

By: nimnong นิ่มน้องท้องลูกคนสุดท้องตอนปี47 ตอนนั้นเลี้ยงไก่อยู่ แต่รอบข้างเป็นหวัดนก ไก่ของนิ่มน้องก็ต้องถูกฝังด้วยทั้งที่ใกล้ได้เวลาจับขายแล้ว

ช่วงนั้นลำบากมากเลยเพราะรายได้ไม่มีลูกก็ใกล้ครบกำหนดคลอดแล้ว และพอได้เวลาคลอด นิ่มเจ็บท้องอยู่ประมาณ 20 ชั่วโมง จนจะช็อกอยู่แล้ว หมอก็เข็นเข้าห้องผ่าตัดออกมาลูกสาวหนัก 4.5 ตัวใหญ่มาก

ระหว่างที่อยู่ที่โรงพยาบาล หมอและนางพยาบาลดูแลคนไข้เป็นอย่างดี เอาใจใส่ ไม่ขาดตกบกพร่อง สามีนิ่มน้องเป็นกังวลกลัวว่าจะไม่มีเงินจ่ายค่าผ่าตัด ก็คุยกับหมอคร่าวๆแต่หมอว่าไม่ต้องกังวลนะค่ะ รัฐบาลออกนโยบายสามสิบบาทรักษาทุกโรคนี่ครอบคลุมถึงการออกลูกด้วย และนโยบายการแข่งขันด้านบริการก็ทำให้หมอและพยาบาลดูแลคนไข้อย่างดีภรรยาคุณถึงได้รับการดูแลอย่างดีจากเรา

พอถึงกำหนดกลับบ้าน นิ่มน้องก็ยังได้ของขวัญจากทางโรงพยาบาลเป็นนมผงกับของใช้เด็กอ่อน แฟนนิ่มน้องแอบถามนางพยาบาลว่า ถ้าต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลนี่ตกเท่าไหร่ เขาบอกประมาณหมื่นกว่าบาท แต่ตอนนั้นแฟนนิ่มน้องจ่ายแค่สามสิบบาท

อ้อ..ตอนฝากท้องสามสิบบาท ตอนไปพักที่โรงพยาบาลเข้าๆออกๆอีกสามสิบ ทั้งหมดนิ่มน้องจ่ายไปเก้าสิบบาท

หลังจากนั้นมาห้าเดือน ลูกสาวนิ่มน้องต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการอาหารเป็นพิษรุนแรงมาก อาเจียนจนตัวเขียวเลยและมีไข้สูงมากไปโรงพยาบาลนอนให้น้ำเกลือ เด็กห้าเดือนต้องให้น้ำเกลือ แถมต้องฉีดยาสามเข็มและยาตัวนี้หมอบอกแพงมาก เข็มละหลายพันบาท สามเข็มก็หลายหมื่นทั้งน้ำเกลือด้วยนอนโรงพยาบาลด้วย

เช่นเดิมแฟนนิ่มน้องแอบถามกับหมอว่าถ้าต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลนี่ประมาณเท่าไหร่ หมอว่าสี่หมื่นขึ้น ซึ่งถ้าไม่มีนโยบายสามสิบบาทนี่นิ่มน้องอาจไม่ได้ลูกคืน

อ้อ..แต่ของเด็กยุคนั้นนโยบายรักษาฟรีด้วยค่ะ นิ่มน้องไม่ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลสักบาทแถมหมอและพยาบาลดูแลอย่างดี

วันนั้นถ้าไม่มีนโยบายนี้ อาจไม่มีนิ่มน้องในบอร์ดประชาไท และนิ่มน้องก็คงไม่มีวันนี้ วันที่พอจะลืมตาอ้าปากได้บ้าง และพอจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เท่าที่ตัวเองพอจะช่วยได้

ถ้าใครเคยผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาคงเข้าใจความรู้สึกนิ่มน้องได้เป็นอย่างดี มันเป็นความรู้สึกที่ฝังลึกและรู้สึกระลึกนึกถึงอยู่เสมอ เพราะวันนั้นจึงทำให้นิ่มน้องมีวันนี้ และวันนี้อีกนั่นแหละที่ทำให้นิ่มน้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคนที่นิ่มน้องรัก และนิ่มน้องก็เห็นสมควรด้วยว่าเขาคนนี้สมควรได้รับความรักจากประชาชน และผิดหรือที่คนเสื้อแดงเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเขา

เขาคนนี้สร้างนโยบายดีๆ มากมายหลายๆครอบครัวได้รับอานิสงส์จากนโยบายนี้ หลายๆคนเหมือนตายแล้วฟื้นหลายคนได้ชีวิตใหม่ หลายคนเหมือนได้ครอบครัวใหม่ คนที่ไม่เคยประสบมาก่อน คงไม่สามารถจะสัมผัสได้

พวกคุณที่ไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดง อาจจะบอกว่าทักษิณจ้างคนเสื้อแดงให้ออกมาเคลื่อนไหว

นิ่มน้องยอมรับว่าทักษิณจ้างจริงแต่ไม่ใช่จ้างด้วยเงิน แต่จ้างด้วยความรัก รักที่จะเป็นฝ่ายให้ก่อน แล้วทักษิณจึงได้ความรักจากประชาชนตอบกลับไป ซึ่งพวกที่ไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดง พวกคุณไม่มีวันเข้าใจ และไม่มีวันจะได้สัมผัส ถ้าตราบใดที่พวกคุณยังรักแต่ตัวเองรักแต่พวกพ้องตัวเองไม่มีความรักเผื่อแผ่ใคร

และอย่าขัดขวางเราเลย เราแค่เรียกหา ความเป็นธรรมให้กับคนที่เรารัก แค่นั้นเอง คุณให้เราไม่ได้เชียวหรือ

ปล. เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขียนไว้นานแล้ว วันนี้เห็นมีการพูดถึงเรื่องสามสิบบาทกันอีก ไม่รู้จริงๆหรือว่า รักษาฟรีกับเสียตังค์ มันให้คุณค่าทางใจไม่เหมือนกัน

รักษาฟรี มันให้ความรู้สึกเหมือนไม่มีค่า ในขณะที่เสีย 30 บาทมันมีความรู้สึกว่า เราได้เสียค่ารักษาไม่ใช่อนาถาไม่จ่ายค่ารักษา

และสามสิบบาทมันเป็นจำนวนเงินที่คนจนสามารถจ่ายได้ โดยไม่เดือดร้อน

คนไทยเป็นคนเกรงใจคนค่ะ ของฟรีนะไม่ค่อยชอบหรอก แต่ถ้าจ่ายเงินนิดๆหน่อยๆ อย่างน้อยก็รู้สึกว่าตนเองได้จ่ายเงินแม้เพียงน้อยนิดก็ยังดี


นายกฯปูรับบรรจุพยาบาลเป็น ขรก. ปีละ 7,547 อัตราเป็นเวลา 3 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ธ.ค. 55 ตัวแทนเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพนำโดย นางสาวศิริรัตน์ วงษ์บุดดา ประธานเครือข่ายฯ ได้เข้าประชุมร่วมกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือ ทำความเข้าใจและหาแนวทางในการแก้ปัญหาลูกจ้างชั่วคราวกระทรวงสาธารณสุข โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือด้วย อาทิ นายแพทย์ประดิษฐ สินณวณรงค์ รมว.สาธารณสุข นายเเพทย์ชลน่าน ศรีเเก้ว รมช.สาธารณสุข นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข , นายกสภาการพยาบาล , นายกสมาคมพยาบาล , ผู้อำนวยการสำนักการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการชมรมสหวิชาชีพทางการแพทย์ฯ

หลังจากนั้นในเวลา 10.50 น. ได้มีการแถลงข่าวร่วมกันที่ตึกสันติไมตรี โดยนายเเพทย์ประดิษฐ์ แถลงว่า การประชุมในวันนี้เพื่อเป็นการรายงานผลการปรึกษาหารือระหว่างลูกจ้างชั่วคราว สภาวิชาชีพสมาคมพยาบาล และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้ข้อสรุปแล้วโดยทุกฝ่ายถือว่าวันนี้เป็นวันแห่งความสุขของทุกคน ซึ่งนายกรัฐมนตรี เองก็ได้ชื่นชมในข้อสรุปต่างๆ ที่ออกมา โดยกระทรวงสาธารณสุขนั้น จะดำเนินการทยอยรับตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราวขึ้นมาเป็นข้าราชการประจำในอัตราปีละ 7,547 อัตรา เป็นเวลา 3 ปี ซึ่งในส่วนของลูกจ้างชั่วคราวที่ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 30,100 อัตรา และในส่วนที่เหลือก็จะทำสภาพการจ้างขึ้นมาเป็นสภาพที่เรียกว่าพนักงานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสภาพการจ้างนั้นก็เพื่อที่จะทดแทนสิทธิประโยชน์ที่เสียไปจากการเป็นลูกจ้างชั่วคราว รวมทั้งเป็นการชดเชยในระหว่างที่รอบรรจุเป็นข้าราชการ ก็สามารถเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุขไปก่อนเพื่อจะแก้สิ่งที่ได้เสียไป

นายเเพทย์ประดิษฐ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เราพยายามจัดกันอยู่โดยเป็นสินเชื่อ ด้านการเงินต่างๆ เพื่อจะช่วยเยียวยาสิ่งที่ได้เสียไปในอดีตรวมทั้งเป็นการช่วยสนับสนุนในเรื่องของวิชาชีพต่อไป


ด้านปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ภาพรวมของข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขมีข้าราชการและลูกจ้าง 3.2 แสนคน เป็นข้าราชการประมาณ 1.8 แสนคน เป็นลูกจ้างชั่วคราวประมาณ 1.4 แสนคน โดยเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่เป็นสายวิชาชีพ ทันตแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ 21 สายงาน ประมาณ 3 หมื่นราย จ้างด้วยเงินบำรุงของโรงพยาบาล วันนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)และสำนักงบประมาณร่วมประชุม โดยแก้ปัญหาระยะสั้นในกับลูกจ้างชั่วคราว 3 หมื่นคน โดยบรรจุเป็นข้าราชการ จำนวน 22,641 อัตราในระยะเวลา 3 ปี หรือ 75% ของลูกจ้างชั่วคราวที่มีอยู่ทั้งหมด

"กระทรวงสาธารณสุขกำลังอยู่ในระหว่างแก้ไขระเบียบให้กับลูกจ้างชั่วคราวทั้งหมด เพื่อจ้างงานในฐานะที่เป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข คาดว่าจะสามารถเปลี่ยนจากสถานะในปี 2556 ส่วนการบรรจุข้าราชการที่ได้รับอัตราใหม่นั้น ก.พ. ก็จะนำเสนอต่อ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ หลังจากนั้นกระทรวงสาธารณสุขก็จะเร่งบรรจุราชการชั่วคราวให้เป็นพนักงานโดยมีเงื่อนไขคือ 1 อายุงานของลูกจ้างชั่วคราว 2 ภาระงานของแต่ละโรงพยาบาล 3 ลูกจ้างที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลในชนบทจะถูกพิจารณาก่อน 4 ภารกิจของลูกจ้างนั้นๆ"

นายสุพรรณ ศรีธรรมมา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การที่ลูกจ้างชั่วคราวเข้ามาเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุขนั้น จะได้รับสิทธิประโยชน์คือพนักงานกระทรวงสาธารณสุขจะได้รับอัตราเงินเดือน 1.2 เท่าของเงินเดือนข้าราชการ (เฉพาะสายวิชาชีพ) สิทธิเรื่องการลาประเภทต่างๆ เหมือนราชการ สิทธิตามกฎหมายประกันสังคม เช่นค่ารักษาพยาบาล การสงเคราะห์บุตร และค่ารักษาพยาบาลสำหรับทายาทสายตรง สิทธิในการรับสินเชื่อธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สิทธิบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย ไม่มีเงินประจำตำแหน่ง แต่ได้รับสิทธิ์กองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับพนักกระทรวงสาธารณสุข เลื่อนค่าจ้างปีละ 1 ครั้ง ภายในวงเงิน 6% ต่อปีเท่าข้าราชการ (พนักงานราชการ วงเงิน 4%) ระยะการจ้างงานเปลี่ยนเป็น 4 ปีจากเดิมจะจ้างปีต่อปี

"ในวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในสัญญาของกระทรวงการคลังเพื่อให้สำนักงบประมาณเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 11 ธันวาคมนี้"

นางสาววิจิตร ศรีสุพรรณ นายกสภาการพยาบาล กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นวันที่มีความสุขมากที่สุด ที่พวกเรากลุ่มลูกจ้างชั่วคราวรอคอยมา เพราะเราเริ่มร้องขอมันตั้งแต่ปี 2547 ดังนั้นวันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้แก้ปัญหาทุกสาขาวิชาชีพ ไม่ใช่เพียงสาขาใดสาขาหนึ่ง ยินดีที่จะร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อแก้ปัญหาต่อ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แก้ปัญหามานานมาก เพิ่งจะเริ่มมาก้าวกระโดดในไม่นานนี้

ด้าน นายเเพทย์ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวให้ฟังว่าเรื่องนี้นายกฯ ได้ยินมาตั้งแต่ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่ง ไปที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ยิน ซึ่งลูกจ้างชั่วคราวนั้นจะบ่น และเล่าให้ฟังถึงความทุกข์ให้ฟัง โดยเมื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งก็ติดตามมาโดยตลอดจนกระทั่งรมว.สาธารณสุข ได้พยายามแก้ปัญหาให้ ซึ่งนายกฯ ก็บอกว่าเรื่องนี้จะเร่งรัดให้เร็วที่สุดและจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 11 ธ.ค. นี้ และบอกด้วยว่าตัวแทนลูกจ้างชั่วคราวทั้งหลาย ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวในการที่จะได้บรรจุในปีต่อๆไปซึ่งก็จะดำเนินการให้ตลอด และหากมีการล่าช้านั้นนายกฯ บอกว่าสามารถมาหาได้ทันที


เริ่ม 1 กันยายน 2555 มี 23 กลุ่ม ดังต่อไปนี้ ที่ให้ฟรีโดยไม่ต้องเก็บ 30 บาท


"จำนวนเงินร่วมจ่าย" หมายถึง จำนวนเงินร่วมจ่ายโดยความสมัครใจ 30 บาทต่อครั้งของการรักษาพยาบาลของการป่วยในครั้งนั้น
ความหมายคือ...
ร่วมจ่ายเงินโดยความสมัครใจ 30 บาทก็ได้
หรือ ไม่สมัครใจร่วมจ่ายเงิน 30 บาทก็ได้
เข้าข่าย ข้อสุดท้าย
๒๓) อื่นๆ